Close friend – เพื่อนสนิท [P x Jin x Ryo ]
posted on 22 Mar 2008 00:47 by indyfixxxClose friend – เพื่อนสนิท
“ เฮ้ย ไอ้จิน รู้ข่าวเรื่องเพื่อนรักนายมีแฟนยังว่ะ ” เสียงเพื่อนหน้าตี๋ทักขึ้น ดึงให้ใบหน้าหล่องัวเงียเงยขึ้นเพื่อฟังให้ชัดๆหู
“ ไอ้พีน่ะเหรอ ทำไม มีสาวมาขอความรักกับมันอีกล่ะ เดี๋ยวมันก็เลิก ตื่นเต้นไมว่ะจุนโนะ ”
ว่าจบก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะต่อ หากแต่คราวนี้เจ้าเพื่อตัวโย่งไม่ยอม เพราะทั้งฉุดทั้งทึ้งให้คนกำลังง่วงลุกขึ้นมารับฟังข่าวสารให้จบ
“ แต่คราวนี้มันไม่ใช่สาวนะ มันคบกับผู้ชาย นิชิกิโด เรียว คณะวิศวะ คนตัวเล็กๆหน้าโหดๆอ่ะแก ลุกมาฟังดิว่ะ เอ้ยยยยยยย ไอ้จินนนนนน ”
จุนโนะยังใช้ความพยายามในการฉุดและลากเพื่อนให้มาฟังข่าวอันแสนน่าตกใจ แต่จินก็ยังคงยืนยันที่จะแถกหัวฟูๆลงไปฟุบกับโต๊ะเช่นเดิม
ถึงตาจะหลับ แต่หูน่ะได้ยินชัดทุกถ้อยคำที่เพื่อนบอกกล่าว สิ่งที่เพื่อนรักของเค้ากำลังทำอยู่มันถูกแล้วแน่เหรอ
.....................................................
2 วันก่อน
“ จิน ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกหน่อย ” สีหน้าที่เคร่งเครียดของเพื่อนรัก ทำให้จินจำต้องยอมเดินตามร่างเพื่อนที่อุตส่าถ่อมาหาถึงคณะไปอย่างว่าง่าย
ต้นไม้รอบด้านในสวนกำลังพากันปลิดใบลงจากขั้ว เพื่อต้อนรับกับความแห้งแล้งของฤดูหนาวที่ใกล้มาถึง รอบด้านจึงเต็มไปด้วยสีเหลืองอร่ามของเหล่าใบไม้แห้ง และกลีบดอกไม้ที่ปลิดปลิว
จินเดินล้วงกระเป๋ามาตามแผ่นหลังของยามะพีเรื่อยๆ ทั้งสองเดินมาท่ามกลางความเงียบ จินไม่รู้ว่าเรื่องที่จะคุยนั้น ซีเรียสมากขนาดไหน แต่มันคงหนักเอาการ ขนาดทำให้เจ้าเพื่อนที่ร่าเริง ขี้เล่นอย่างยามาชิตะนิ่งเงียบได้ตลอดทางแบบนี้
“ ไอ้จิน ” เสียงแรกที่ได้ยิน คือน้ำเสียงที่สั่นเล็กๆจากคนที่ยังยืนหันหลังให้จินอยู่
“ ว่าไง ”
แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง นั่นทำให้คนอารมณ์ร้อนอย่างอาคานิชิ เริ่มจะทนไม่ไหว กับบรรยากาศอึมครึมแบบนี้
“ ว่าไงว่ะ ไอ้พี มีไรก็พูดมาดิ อมไรอยู่ มีไรก็บอกมา เพื่อนกัน ห้ามมีเรื่องปิดบัง ”
น้ำเสียงที่แรงพอๆกับอารมณ์ที่ขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อยอมค่อยๆหันมาเผชิญหน้า
สิ่งที่จินเห็น คือ ใบหน้าหมองเศร้าอย่างที่เค้าไม่เคยเห็น ไอ้ดวงตากลมโตก็หลุบลงมองพื้นไปซะอย่างงั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากัน
“ คือ..... ” แปลกที่คนอย่างยามาชิตะอ้ำอึ้ง ทั้งที่ปกติเป็นคนพูดจาคล่องแคล่ว ฉะฉาน
จินจ้องราวคาดคั้น อยากรู้นักว่าเรื่องอะไรนะที่ทำให้คนอย่างยามะพีเพื่อนเค้า ดูกลายเป็นคนขาดความมั่นใจไปมากขนาดนี้
“ เฮ้อ เอาน่าไอ้พี มีไรก็ระบายออกมาได้ ฉันเพื่อนสนิทแกนะเว้ย ”
จินว่าพลางเดินเข้าหวังจะโอบไหล่เพื่อปลอบใจ ตามสไตล์ที่เค้าเคยทำ แต่คราวนี้ ยามะพีกลับเบี่ยงตัวหลบ และเลือกมาเป็นฝ่ายจับไหล่ทั้งสองข้างของจินให้หันมามองหน้ากันตรงๆเสียเอง
“ ฟังนะ คือ ฉัน..... ” พูดมาได้แค่นั้น เสียจากยามะพีก็หายไปอีก จินทำได้เพียงจ้องอีกฝ่ายคิ้วขมวด
“ ฉันชอบแกว่ะ ” ประโยคที่หลุดออกมานั้น ทำเอาจินตาโต
“ ชอบ เฮ้ยย ชอบที่นายพูดถึง คือ แบบว่า ตลกน่าไอ้พี อย่ามาล้อเล่นรอบบ่ายแบบนี้นะ ฉันขนลุกหมด ”
จินพยายามทำหัวเราะกลบเกลื่อน ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าที่เพื่อนพูดนั้นหมายถึงอะไร ก็ไอ้แววตาจริงจังมันก็ออกจะสื่อชัดเจน แต่ให้จินยอมรับว่า เพื่อนสนิทเกิดมาคิดพิสดารกับตัวเองเนี่ยนะ คงทำใจยากน่าดู
“ จิน คือ ฉัน ... ” คำพูดของยามะพีถูกมือเรียวยกขึ้นห้าม จินเลือกที่จะเสหน้ามองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าหล่อของเพื่อน
“ พอไอ้พี เรื่องล้อเล่นขนลุกๆแบบนี้ จบลงได้แล้ว แกกับฉันเรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เข้าใจมั้ย ” พูดจบ จินก็จากมา ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของใครอีกคน ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำใสๆ มือที่กำกันจนแน่น ริมฝีปากอิ่มเม้มเพื่อสกัดอารมณ์ทุกอย่างไว้
..............................ฉันเกลียดคำว่า เพื่อน ที่สุด นายเข้าใจมั้ย จิน .........................................
...................................................................................
“ วู้ววว นั่นไงคู่หวานแหว๋วแห่งปี โย่ว ทางนี้ยามาชิตะ ทางนี้ ” จุนโนะยืนโบกไม้โบกมือเรียกคนสองคนที่กำลังเดินคู่กันอยู่ตรงทางจะออกจากมหาลัย ผู้ถูกเรียกหันมามองก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าหา
“ ไง ” คำทักทายสั้นๆจากปากอิ่ม พร้อมรอยยิ้มจางๆ
จินเพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะเหล่มองคนตัวเล็กหน้านิ่งข้างๆเพื่อนตน
“ นี่นิชิกิโด เรียว แฟนฉันเอง เรียวนี่จิน กับ จุนโนะ ” คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ ไม่มีคำทักทายจากหน้านนิ่งๆนั้น ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม
“ นี่ไง หนุ่มที่น่ากลัวที่สุดของคณะวิศวะ ไหงไอ้พีเอามาเป็นแฟนว่ะ ” จุนโนะหันมากระซิบกับจิน ซึ่งจินก็ได้แต่เงียบไม่ขอออกความคิดเห็น ขณะที่สองตาก็กำลังมองภาพที่เพื่อนสนิทเอามือขึ้นปัดเศษใบไม้ที่ร่วงลงมาพักอยู่บนศีรษะเล็กข้างๆ รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอิ่มอาจเพราะตลอดเวลามีเพียงแค่เค้ากับพี
ตลอดเวลาคนที่พีจะต้องมารอรับกลับบ้าน ต้องเป็นเค้าเสมอ
รอยยิ้มเอ็นดูและอ่อนโยนนั่น ก็มักมีให้กับเค้าตลอด
แต่ตอนนี้ คนอีกคนกำลังได้รับมันแทนเค้า
.......................หวง ................................
คำๆนี้ผุดขึ้นกลางความคิด และถูกหยุดลงด้วยสายตาที่ยามะพีส่งมาให้ วูบแรกที่มองล้วนเต็มไปด้วยความอาทร แต่ต่อมาก็กลับเปลี่ยนเป็นเฉยชา เสียจนจินรู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งแทงเข้ากลางใจ
คำว่าชอบที่เมื่อสองวันก่อน ยามะพีพูดออกมา ยังคงวนไปเวียนมาในหัวตลอดเวลา นี่คือ อีกสิ่งที่จินไม่เข้าใจ ทุกครั้งที่นึกถึง ใจเค้าจะเต้นแรงขึ้น และในนาทีที่เค้ารับรู้ว่าพี มีแฟน ใจเค้าก็เหมือนจะหยุดนิ่งไปเฉยๆ
ภาพยามะพีที่กำลังเดินจากไปพร้อมร่างอีกคน ในตำแหน่งที่จินควรจะยืนอยู่ ทำให้บางสิ่งบางอย่างมากั้น ภาพทั้งคู่พร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆ และเสียงของเจ้าเพื่อนตัวโย่งข้างๆก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ เฮ้ย ไอ้จิน เป็นไรว่ะ ร้องไห้ไม ”
จินเอามือขึ้นปาดน้ำตาและมองเจ้าน้ำใสๆ ก่อนบางสิ่งบางอย่างในใจมันจะดันให้ล้นเอ่อออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพียงหันไปเจอใบหน้าและแววตาเป็นห่วงจากจุนโนะ เค้าก็ปล่อยโฮออกมาทันที
.น้ำตาเมื่อมันไหลออกมาแล้ว ก็สมควรยอมให้มันไหลออกมาเรื่อยๆจนกว่าความเจ็บปวดในอกที่ไม่รู้สาเหตุจะค่อยหมดไปสินะ
.........บางครั้งการรู้ตัวหรือตัดสินใจอะไรช้านั้น แค่เพียงวินาทีเดียว ก็สายไปแล้วสินะ สำหรับความรัก......
.....................................................
เวลาผ่านไป วันต่อวัน ความห่างเหินของยามะพีและจินมีเพิ่มมากขึ้น จากกลับบ้านด้วยกันเสมอ ก็กลายเป็นยามะพีต้องกลับกับแฟนหนุ่ม ส่วนจินก็ได้จุนโนะคอยอาสาไปส่งเสมอ
การไปมาหากันที่บ้าน ก็กลับกลายเป็นว่า พอจินไปหาที่บ้าน เป็นต้องพบเรียวมาบ้านอยู่เสมอ แล้วเวลาที่เคยเป็นของเราสองคนล่ะ อยู่ตรงไหน
จนวันสุดท้ายของการสอบมาถึง
จินเดินอย่างมาดมั่นเพื่อนำกระดาษข้อสอบมาส่งที่อาจารย์ ก่อนจะคว้าสัมภาระต่างๆขึ้นหอบและวิ่งตรงไปยังคณะบัญชีที่อยู่ถัดไปแค่ไม่กี่ตึก
.. เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงหลังจากอาจารย์แจกข้อสอบแบบนี้ ไม่มีทางที่ยามะพีจะทำข้อสอบเสร็จแน่นอน...
ร่างสูงยืนหอบหน้าห้องสอบที่คุ้นตา ห้องที่ทุกครั้งมีสอบตนต้องมานั่งไขว้ห้างรอเพื่อนสนิท จนตกเป็นเป้าสายตากับสาวคณะบัญชีได้มองเป็นอาหารตาไป
จินเดินไปหวังจะหย่อนกายลงตรงเก้าอี้ยาวหน้าห้องสอบ แต่แล้วปลายเท้าก็ชะงักนิ่ง เมื่อเจอร่างเล็กของคนที่ได้ชื่อว่า แฟนเพื่อน นั่งอยู่ก่อนแล้ว ปลายหางตาที่ตกจนดูเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว และยังไอ้แววตาเศร้าๆ หงอยๆมองตรงที่ประตูห้องสอบราวกับมันจะทะลุเข้าไปส่งแรงกดดันให้คนข้างในรู้ตัวและรีบออกมาได้
จินสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะตัดสินใจกล้าเดินเข้าไปหย่อนกายลงข้างๆ เรียวหันมองคนนั่งข้างๆ แค่พอให้รู้ว่าเป็นใคร สายตาก็หันกลับไปยังห้องสอบต่อ
“ หวัดดี ” จินทักขึ้น แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่ง มีเพียงการพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ ไอ้พีน่ะ ไม่ออกจากห้องสอบมาเร็วหรอกนะ ป่านนี้คงยังนั่งพิจารณาโจทย์ทีละบรรทัดอยู่มั้ง ”
จินอยากตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงได้ไปพูดอะไรแบบนั้น เกิดอีกฝ่ายคิดแง่ร้าย ไม่หาว่าเค้าไปหาเรื่องงั้นรึ แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งสนิท จนทำให้จินนึกได้ไปถึงคำร่ำลือต่างๆที่ได้ยินมาเกี่ยวกับ นิชิกิโด เรียว
ประตูห้องสอบที่ถูกดันออกมา ยังไม่ทันที่ร่างคนผลักจะพ้นประตูให้เห็นว่าเป็นใคร เรียวก็กลับลุกขึ้นยืน รอยยิ้มที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดบนไอ้ใบหน้านิ่งออกไปทางบึ้งตึงเมื่อครู่ ทำเอาจินแทบไม่ต้องเดาว่าใครคือ คนที่ออกมาจากห้องสอบ
แน่นอนอยู่แล้ว เพื่อนสนิทเค้านั่นแหละที่เป็นคนเดินออกมา ทั้งที่จินน่าจะเป็นคนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้ แล้วทำไมล่ะ ยังไม่เห็นแม้แต่หน้า เรียวกลับรู้ราวกับได้กลิ่น ( หมารึ? )
“ รอนานมั้ย ? ” เสียงคุ้นหูถามจนจินเองเกือบจะตอบไปตามปกติ
..........................นั่งพิจารณาข้อสอบ หรือกะจ้องให้คำตอบมันลอยขึ้นมาว่ะ นานฉิบ ...........................
“ นั่งจ้องให้คำตอบมันลอยขึ้นมารึไง ทำไม่ได้ก็รีบออกมาเถอะน่า ” ไม่ใช่เสียงจิน แต่เป็นเสียงจากคนตัวเล็ก ประโยคแรกทำเอาจินถึงกับสะดุ้ง
“ ขอโทษ ก็แค่อยากมั่นใจเท่านั้น โกรธเหรอ ” ยามะพีตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อีกฝ่ายเพียงส่ายหน้าเล็กน้อย ซึ่งยามะเองก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าที่บ่นเมื่อกี้ก็เป็นเพียงนิสัยส่วนหนึ่งเท่านั้น และเมื่อทั้งสองคนหันหน้ามาเจอจิน ยามะพีเองก็ถึงกับนิ่งไป
“ งะ...ไง ” จินยกมือขึ้นมาทักทาย
เรียวหันมองหน้าแฟนตนก่อนจะเลี่ยงเดินเฉียดไหล่จินออกไป
“ มานานแล้วเหรอ จิน ” ยามะถามทั้งที่ตาเสก้มลงมองพื้น
ผู้ถูกถามพยักหน้ารับ
“ ว่างมั้ย ” จินถามขึ้น ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามพยักหน้ารับ ทั้งที่ตามองเลยไหล่จินไป เพื่อหาคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่
สายตาที่มองอย่างห่วงอาทร สายตาที่ไม่ได้สนใจจินที่เป็นคู่สนทนาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ความรู้สึกปวดหนึบในใจยิ่งทวีขึ้น จนจินต้องยกมือขึ้นมากุมมันไว้ ยามะไม่สังเกตเห็นสักนิด เพราะสายตาคู่นั้น สนแต่คนที่อยู่ถัดจินไป
“ ขอรบกวนเวลาสัก 5 นาทีสิ มีเรื่องจะคุยด้วย ”
ยามะพีนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาเรียวและบอกอะไรสักอย่าง แล้วจึงเดินตามจินที่ออกเดินนำไปแล้ว อย่างไม่อยากมองภาพตรงหน้า
...............................................
สถานที่คุ้นตา ใบไม้ที่เมื่อเดือนก่อนกำลังปลิดขั้วลงพื้น บัดนี้มีเพียงแต่ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านที่โล่งเตียนไปทั่ว สถานที่เดิม แต่ต่างเวลา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คงไม่ต่างกับใจคนหรอกมั้ง จินเดินนำมา มองต้นไม้ที่ไร้ใบรอบๆ ต้นนั้นทีต้นนี้ที
เสียงเท้าที่เดินตามมานั้นดูรักษาระยะห่างไว้เสมอตลอดทาง และชะงักเท้าหยุดเมื่อร่างข้างหน้านั้นหยุดลง หากยามะสังเกต มันแทบจะตรงตำแหน่งเดิม ที่ 1 เดือนก่อนเค้าทั้งคู่มายืนอยู่
“ ยามะ ” เจ้าของชื่อเงยหน้าจากการมองเท้าตัวเอง ดวงตาและเสียงในลำคอที่อือรับคำขาน
“ ฉันรักนายว่ะ ”
สายลมแห่งฤดูหนาวพัดผ่านไป พร้อมความหนาวเย็นที่ค่อยเกาะกินบรรยากาศรอบด้านของทั้งคู่ ก่อนที่เสียงถอนหายใจและแววตาสั่นไหวจากผู้๔กบอกรักจะถูกสื่ออกมา
“ มาบอกอะไรป่านนี้ จิน ”
ไม่ใช่แค่สายลมที่พัดผ่านร่างกาย แต่คำตอบที่ได้รับ มันเป็นดังสายลมหนาวที่เข้าเกาะกินทั้งหัวใจของจินให้แข็งเป็นน้ำแข็ง น้ำตาที่คิดว่าควรจะไหลลงมา มันกลับย้อนคืนเข้าสู่ภายใน สร้างให้อกทั้งอกแน่นและจุกไปด้วยความเสียใจ
ขาสองข้างที่พยายามเหลือเกินในการทรงตัวให้ตั้งตรง ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างยากลำบาก แต่ก็ต้องทำ เพราะคนตรงหน้าคือ คนที่เค้ารัก และไม่ต้องการให้คิดมาก แค่วันนี้จินตัดสินใจมาพูด ก็เพียงเพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความรู้สึกเท่านั้นเอง
จินเข้าใจความรู้สึกของคนที่ข้นชื่อว่า เพื่อนรักได้ทันที วันนั้นยามะพีต้องใช้ความกล้ามากมายแค่ไหน ในการเดินมาบอกรักเพื่อนของตัวเอง และวันนั้นยามะพีทรงตัวยืนอยู่ได้ยากแค่ไหน ตอนที่เค้าบอกปัดความรักที่หยิบยื่นให้ไปแบบนั้น
วันนี้ สิ่งเหล่านั้นกำลังสะท้อนมาที่จินทั้งหมด
เจ็บใช่มั้ยยามะ ... วันนั้นนายเจ็บมากใช่มั้ย
ปวดใช่มั้ยยามะ.... วันนั้นนายปวดตรงอกนี่มากเลยใช่มั้ย
เรี่ยวแรงที่มีมันหายไปในพริบตาเลย เหมือนอย่างที่ฉันเป็นอยู่สินะ
นี่คือ การเอาคืนของนายงั้นสินะ ยามะ ... นายเอาคืนได้สาสมกับสิ่งที่ฉันทำไปแล้วล่ะ
“ ฮะ...ฮะ นั่นสินะ ช้าไปอยู่แล้ว ก็ตอนนี้นายมีเรียวแล้ว ฉันก็มาบ้าบอกอะไรอีกเนอะ ฮะ...โทดทีว่ะ แค่คิดว่า น่าจะบอกนายไว้เฉยๆ แค่นี้ล่ะ นายรีบไปหาเรียวเถอะ เดี๋ยวหมอนั้นรอนาน ”
กำลังเฮือกสุดท้ายที่จินรีดมันออกมาก่อนที่ร่างนี้จะทรุดลงพื้น ฝืนส่งรอยยิ้มที่คิดว่าสดใส ร่างเริง รอยยิ้มที่ว่า ไม่เป็นไรอย่างที่ปากบอก น้ำเสียงที่ควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
..............รีบเดินออกไปจากตรงนี้ ได้โปรด เค้าจะฝืนมันไม่ไหวแล้ว ....................
ไม่ให้ทุกอย่างผ่านไปช้ากว่านี้ ร่างของยามะพีที่หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แผ่นหลังคุ้นตาค่อยๆไกลออกไป ร่างทั้งร่างของจินก็ทรุดลงกับพื้นดิน น้ำใสๆที่กดกลั้นมันไว้อย่างยากลำบาก ถูกปล่อยออกมาราวทำนบกั้นพังทลาย
เวลาเดินผ่านไปแล้ว ยากจะหวนคืน ทุกสิ่งในโลกเองก็คงไม่ต่างกัน นับประสาอะไรกับใจของคนๆหนึ่ง ที่มอบรักให้ แต่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจะไม่เปลี่ยนไป วันนั้นจินทำลายมันเองกับมือ วันนี้ใจของเค้าก็ถูกทำลายเพราะผลพวงจากการกระทำในวันนั้น สมควรแล้วนี่นา
ริมฝีปากสีอิ่มฝืนหัวเราะเยาะตัวเองทั้งน้ำตา มือเรียวไร้เรี่ยวแรง ไม่สามารถแม้จะยกมันขึ้นมาปาดเจ้าน้ำตาที่นองหน้าออก ดีที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียน ทุกคนสอบเสร็จจึงพากันกลับบ้านหมด ไม่มีกะใจจะมาเดินเล่นในสวนหลังมหาลัยในเวลาแบบนี้
....................................................
ฟึ่บ...
รองเท้าผ้าใบคู่คุ้นตา ปรากฏอยู่ตรงหน้า จินเห็นมันไม่ชัดนัก เนื่องด้วย มีม่านน้ำกั้นขวางอยู่ แต่บางสิ่งมันบอกได้ดี หัวใจเต้นแรงขึ้นหลังจากที่มันเกือบจะหยุดเต้นไปแล้ว
................รองเท้านี่มัน..................
ยังไม่ทันจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อแน่ใจ ร่างที่นั่งพับบนพื้นก็ถูกช้อนปีกสองข้างขึ้นมายืนประจันหน้า
...............ดวงตาโตๆแบบนี้ ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดกับรอยยิ้มอ่อนโยนแบบนี้ ...........................
มืออีกฝ่ายยกขึ้นปาด เช็ดน้ำตาออกให้จิน โดยที่ริมฝีปากยังคลี่ยิ้มอยู่ตลอดเวลา และเมื่อจินไร้ซึ่งน้ำตา รอยสีแดงๆตรงแก้มของคนตรงหน้าก็เด่นชัด จนจินต้องยกมือขึ้นสัมผัส
“ หมัดเรียว หนักกว่าที่คิดน่ะ ฮะ...ฮะ ” เสียงหัวเราะที่เค้าแสนจะคิดถึงตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา
“ นะ...นาย ” อีกฝ่ายยิ้มรับ คล้ายรู้ว่าจินจะถามสิ่งใด
“ บางครั้งเนี่ยนะ เพื่อนกับแฟนก็เลือกยากอยู่น้า แต่ถ้าเพื่อนกับแฟนมาพร้อมๆกันเนี่ย ฉันว่ามันก็เวิร์คดีนะ นายว่างั้นมั้ย ”
บางครั้ง...ความรัก ก็มักเกิดใกล้ตัวเสียจน เรามองข้าม
บางครั้ง...สิ่งที่เราปฏิเสธมาเสมอก็อาจต้องยอมรับเข้าในสักวัน
บางครั้ง...เราเองก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ใจตัวเองให้ดีเสียก่อน
และเหนือสิ่งอื่นใด...การรักษาความรักไว้ได้ ถือว่าดีที่สุดแล้ว
END
หลังฉาก
“ อื้อ... ” ริมฝีปากอิ่มของยามะพีประทับลงบนกลีบปากชมพูของอีกฝ่าย มือที่ตอนแรกดูจะพยายามผลักให้ตัวเองหลุดจากอ้อมกอด กลับเปลี่ยนเป็นจับแน่นที่เสื้อเชิ้ตคนตรงหน้า ปลายลิ้นอุ่นเข้าสอดแทรกแม้ในตอนแรกจินดูจะไม่ให้ความร่วมมือดีนัก แต่ด้วยการชักนำที่เหนือกว่า ก็ทำให้ไม่ยากนักหากจะทำให้จินโอนอ่อนตาม
รสจูบที่เนิ่นนานจนทำให้ขาจินเริ่มจะไร้เรี่ยวแรงอีกครั้ง ดีที่ยามะพีประคองไว้
RRRRRRRRRRR
เสียงโทรศัพท์ที่กระเป๋ากางเกงของฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบดังขึ้น ทำให้ริมฝีปากได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ยามะพีจิ๊ปากที่ถูกขัดคอ ตากลมโตจ้องหน้าจอโทรศัพท์อีกฝ่ายเขม็ง
...........ทากุจิ จุนโนะสุเกะ...............
ชื่อและภาพอาตี๋ยิ้มจนตาปิดกระจ่างชัดเต็มสองตา ยามะพีนึกเข่นฝากความแค้นไว้หนึ่งดอกแก่เพื่อนหน้าตี๋ทันที
จินรับโทรศัพท์โดยไม่รับรู้ถึงสายตาอีกฝ่าย และเมื่อคุยธุระจบ การหันมาประจันหน้ากันอีกครั้ง ความอายก็วิ่งเข้ากระแทกจนจินจุกไปทั้งหน้า สีเลือดซับเต็มพื้นผิว ยิ่งจินอาย ยามะพีก็ยิ่งจ้องราวจะมองให้ทะลุ
“ มองไรว่ะ ไม่เคยเห็นหน้าคนหล่อรึไง ไม่ค่อยเจอกันแค่ เดือนเดียว จำหน้าเพื่อนไม่ได้แล้วงั้นสิไอ้พี แน่ะยังมองอีก เดี๋ยวปั๊ดจิ้มตาเลย โตดีนัก ”
พยายามพูดไป ก็เสมองพื้น ต้นไม้ ใบหญ้าไปเรื่อย จนฝ่ายถูกว่าอดจะหัวเราะเสียงดังไม่ได้
“ ไม่ได้มองคนหล่อ มองคนน่ารัก ฮะ...ฮะ ”
ฉ่า.....
หน้าจินนอกจากจะแดงแล้ว ยังร้อนจนควันขึ้นอีกต่างหาก
“ ไม่เว้ย ฉันต้องหล่อ ไม่น่ารัก มาบอกว่าฝ่ายรุกของนายน่ารักได้ไงว่ะ ไอ้พี 55+ ”
จินตะโกนเสียง
เห๋ !!!!!! ฝ่ายรุก?
ENDING